17
ก.ค.

รู้จักประเภทโฆษณา Youtube ก่อนเลือกใช้ให้ถูกต้อง

รู้จักประเภทโฆษณา Youtube ก่อนเลือกใช้ให้ถูกต้อง

Youtube Ads
Youtube ถือเป็นแพลตฟอร์มหนึ่งที่ในแต่ละวันมีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นแหล่งรวมวิดีโอหลากหลายคอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็น เพลง รายการต่างๆ รวมถึง Vlog ที่หลายๆคนมักจะถ่ายและอัปโหลดให้ได้ชมกัน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ Youtube กลายเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มความบันเทิงชั้นยอดเลยก็ว่าได้

นี่จึงเป็นเหตุผลที่คนมักจะหันมาทำการตลาดออนไลน์ผ่านการลงโฆษณาบน Youtube กันมากขึ้นนั่นเอง เพราะเป็นโอกาสอันดีที่จะทำให้คนเห็นโฆษณาของเราได้เป็นจำนวนมาก แต่โฆษณา Youtube เองก็มีหลายประเภทด้วยกัน ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนมาดูกันว่าประเภทของโฆษณาบน Youtube มีอะไรบ้าง มาดูพร้อมๆ กันเลย

โฆษณาแบบดิสเพลย์ (Display ads)

โฆษณา Youtube ที่หลายๆ คนน่าจะเคยเห็นกันอยู่บ่อยๆ ด้วยการโชว์ Banner ขนาด 300×250 หรือ 300×60 โดยจะปรากฏในหน้าต่างๆ ของ Youtube ยกเว้นหน้า Homepage  โดยโฆษณา Youtube ประเภทนี้จะอยู่ด้านข้างของวิดีโอและอยู่เหนือ Suggest Video นั่นเอง

โฆษณาซ้อนทับ (Overlay ads)

เป็นโฆษณา Youtube ที่คล้ายกับประเภทแรก แต่จะปรากฏซ้อนกับวิดีโอที่กำลังเล่นอยู่ โดยอยู่ 20% ด้านล่างของวิดีโอ ซึ่งจะเห็นเป็นโฆษณาซ้อนทับกึ่งโปร่งใส ผู้ชมสามารถปิดโฆษณาได้ตลอดเวลา โดยโฆษณา Youtube ประเภทนี้มีขนาด 480×70

โฆษณาวิดีโอแบบข้ามได้ (Skippable video ads)

เป็นโฆษณาที่มีขนาดเต็มหน้าจอ โดยอาจจะเล่นแทรกอยู่ก่อน ระหว่าง หรือหลังเล่นวิดีโอหลัก โดยจะพบได้ทั้งในคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ รวมถึงการเล่น Youtube บน TV ด้วยเช่นกัน ซึ่งโฆษณา Youtube ประเภทนี้สามารถกดข้ามได้ หลังเล่นไปแล้ว 5 วินาที

โฆษณาวิดีโอที่ข้ามไม่ได้และโฆษณาวิดีโอที่ข้ามไม่ได้แบบยาว (Non-skippable video ads and long, non-skippable video ads)

เป็นโฆษณา Youtube ที่ปรากฏตำแหน่งเดียวกับแบบ Skippable video ads แต่จะพบได้แค่ในคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือเท่านั้น และผู้ชมจะไม่สามารถกดข้ามได้ มีความยาวตั้งแต่ 15-30 วินาที

โฆษณาบัมเปอร์ (Bumper ads)

โฆษณา Youtube แบบที่เป็นวิดีโอกดข้ามได้ แต่จะขึ้นมาก่อนจะเข้าสู่วิดีโอ โดยผู้ชมจะต้องดูโฆษณาความยาวสูงสุด 6 วินาทีก่อนจึงจะดูวิดีโอที่เลือกไว้ได้

การ์ดผู้สนับสนุน (Sponsored cards)

เป็นโฆษณา Youtube ที่มีการ์ดผู้สนับสนุนที่ปรากฏขึ้นด้านบนจอแสดงวิดีโอ โดยเป็นการแสดงเนื้อหาที่อาจเกี่ยวข้องกับวิดีโอ เช่น ผลิตภัณฑ์ที่แสดงในวิดีโอ ซึ่งข้อกำหนดก็คือผู้ชมจะเห็นทีเซอร์ของการ์ดเป็นเวลา 2-3 วินาที และสามารถคลิกไอคอนในมุมขวาบนของวิดีโอเพื่อเรียกดูการ์ดได้ด้วย

จะเห็นได้ว่าการทำการตลาดออนไลน์ผ่านการลงโฆษณาทาง Youtube มีให้เลือกหลายประเภท ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่ต้องการใช้ ดังนั้นการเลือกใช้งานแต่ละแบบต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่จะได้รับ เพื่อให้การลงโฆษณา Youtube แต่ละครั้งของเราไม่สูญเปล่าและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

9
ม.ค.

แนวโน้มการตลาดในปี 2017

สำหรับในปี 2016 ที่ผ่านมาการโฆษณาสินค้า โลก Digital Marketing ทำให้หลายแบรนด์สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้นมาให้ทำกำไรมากขึ้น เเล้วในปี 2017 จะมาพร้อมกับเทรนด์ใหม่ที่น่าจับตามองกับโฆษณาสินค้า เว็บโฆษณา ด้านใดบ้าง ดูได้เลย

อันดับแรกกับเทรนด์ที่กำลังมาแรง การถ่ายทอดสด อย่าง Facebook Live ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างสูง เเละคาดว่าจะแรงอย่างต่อเนื่อง จากคอนเทนต์ที่ดีขึ้น น่าสนใจมากขึ้น ในเช่นปัจจุบันนี้ ดารา เเละ ผู้นำแฟชั่นหลายคนเริ่มนำโฆษณาสินค้า เสื้อผ้าออกมาขายในราคาถูกบ้างแล้ว เเละได้รับผลตอบรับอย่างดีจากยอดผู้ที่ติดตาม เพราะทราบถึงจำนวนผู้เข้าชม ทำให้วัดผลได้ เเละคาดการณ์ว่าโฆษณาแบบใหม่จะเกิดขึ้นตามมาด้วย

อันดับที่ 2 AR ถ้าพูดถึงคำนี้หลายคนอาจไม่รู้จัก แต่ถ้าใช้คำว่า Pokémon GO แทน AR นั้นคงรู้จักกันดี เพราะเป็นเกมส์ยอดฮิตที่หลายต่อหลายคนก้มหน้ามองมือถือตลอดเวลา ทำให้นักการตลาดทราบว่า AR ประสบความสำเร็จได้นะ

อับดับที่ 3 ระบบ chatbots เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถตอบโต้กับมนุษย์ เหมือนมนุษย์คุยกันเอง ซึ่งในปัจจุบัน ได้เกิดขึ้นเเล้วในเชิงพานิชย์เเต่ถือว่ายังไม่เยอะมาก เช่น การเรียกแท็กซี่ การจองร้านอาหารในจีน หรือแม้แต่แอพพลิเคชั่น การฝึกพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษ เช่น แอพ Andy เป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับฝึกพัฒนาภาษาอังกฤษ โดยระบบจะเป็นคนตอบโต้กับเรา พร้อมมีเกมส์ทายคำศัพท์ให้เล่นด้วย

อันดับที่ 4 เทคโนโลยี VR การดู Video แบบปกตินั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการ เเละความรู้สึกอีกต่อไปเมื่อ VR แสดงผลได้ 360 องศา ที่จะพาผู้บริโภคดื่มด่ำ ตื่นตาตื่นใจ ไปกับเนื้อหาที่เหนือชั้นเหมือนเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่ง

จับตามอง 4 หัวข้อเหล่านี้ให้ดี ว่าเทรนด์ไหนดัง เทรนด์ไหนดี สร้างเงิน สร้างงาน เเล้วรีบคว้ามาให้ทัน