3
ก.ค.

Magento แอปฯ พัฒนาเว็บ E-Commerce บน Cloud Thai

Magento แอปฯ พัฒนาเว็บ E-Commerce บน Cloud Thai

Magento แอปฯ พัฒนาเว็บ E-Commerce บน Cloud Thai

เว็บไซต์ E-Commerce เป็นโปรแกรม ที่หลายๆ แบรนด์ธุรกิจเลือกใช้งานสำหรับสื่อสารและทำแบรนด์ ซึ่งความสำคัญของเว็บไซต์ก็เปรียบเสมือนการสร้างร้านค้าที่มีความสวยงามและสะดวก แต่อยู่ในรูปแบบของสื่อออนไลน์ ซึ่งก็มีหลายโปรแกรมสำหรับการสร้าง เว็บไซต์ E-Commerce หนึ่งในแพลตฟอร์มที่มีความสะดวก คือ Magento  

  

สำหรับการพัฒนาเว็บไซต์ E-Commerce มักจะมีปัจจัยแวดล้อมหลายๆ รูปแบบ ทำให้การพัฒนาและ Run ระบบส่วนใหญ่ นักพัฒนาจะใช้งาน Cloud Computing ซึ่ง Cloud Thai ในปัจจุบันก็มีประสิทธิภาพ ความเร็ว และมีมั่นคงในการ Run ระบบอย่างต่อเนื่อง  

  

Magento คืออะไร?  

  

Magento เป็นช่องทางจัดการข้อมูลบนเว็บไซต์แบบ Content Management System (CMS) ในการพัฒนาเว็บไซต์ E-Commerce ที่มีฟีเจอร์การใช้งานที่ครบถ้วน โดยใช้ภาษา PHP ทำให้ผู้ใช้งานสามารถพัฒนาเว็บไซต์ได้ตั้งแต่ จัดหมวดหมู่สินค้า, อัปเดตจำนวนสินค้าในคลัง, ระบบชำระเงิน, การจัดส่ง, ระบบโปรโมชัน ซึ่งโปรแกรมไม่ใช่โปรแกรมสำหรับสร้างเว็บไซต์สำเร็จรูป ผู้ใช้งานต้องเขียน โค้ด ขึ้นมา ทำให้มีความยืดหยุ่นในการสร้าง และไม่มีความตายตัวในการออกแบบ แต่ยังคงมีฟังก์ชันที่อำนวยความสะดวกให้การสร้างเว็บไซต์ที่ง่ายดายมากขึ้น  

  

Magento ใช้งานอย่างไร?  

  

สำหรับการใช้งาน Magento มีการใช้งาน 2 รูปแบบ คือ  

  

  1. โปรแกรมทำงานบนคอมพิวเตอร์

  2. ใช้งานบนCloud Computing 

  

การใช้งานบนคอมพิวเตอร์นั้นก็เหมือนการใช้งานแอปฯทั่วไปที่ผู้ใช้งานต้องติดตั้งโปรแกรม แต่ด้วยการทำงานบนคอมพิวเตอร์ที่มีข้อจำกัดเรื่องของ Hardware ตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนา ไปจนถึง การ Run ระบบเว็บไซต์ E-Commerce เนื่องจากข้อมูลจำนวนมหาศาลบนเว็บไซต์ รวมถึงความมั่นคงในการทำงาน ทำให้ส่วนใหญ่คนเลือกใช้งาน Magento บน Cloud Computing กันมากกว่า  

  

Magento บน Cloud Thai ดีกว่าอย่างไร? 

  

Magento เป็นแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ E-Commerce ที่มีความโดดเด่นแล้วได้รับความนิยม ซึ่งการทำให้เว็บไซต์มีประสิทธิภาพที่สูงที่สุด ต้องมีทรัพยากรบนโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure-as-a-Service) บน Cloud Computing ที่เหมาะสม ซึ่ง Cloud Thai สามารถตอบสนองการทำงานได้มากกว่า Cloud Global อย่างแน่นอน เนื่องจากมี การเชื่อมต่อ ที่รวดเร็วกว่า นั่นทำให้การทำงานมีความรวดเร็วและประสิทธิภาพสูงขึ้น 

  

Cloud Thai นั้นมีสภาพแวดล้อมที่ยืดหยุ่นและเหมาะสม สามารถเพิ่ม-ลดขนาดของทรัพยากร Cloud Server ได้ทันที ตอบสนองกับการทำงานที่มีขนาดใหญ่ หรือการเพิ่มขึ้นของข้อมูลบนเว็บไซต์ รวมถึงมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลระบบและให้การดูแลอย่างต่อเนื่องตลอดการใช้งานอีกด้วย  

  

ทำไมต้องใช้งาน Cloud Thai บน NIPA.Cloud 

  

Magento เป็นแพลตฟอร์มที่ต้องการสภาพแวดล้อมบนระบบที่มีความเสถียร ซึ่ง NIPA.Cloud สามารถสร้างประสิทธิภาพได้เหนือกว่า  

  

  1. เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน 

  

NIPA.Cloud มีฟังก์ชันการทำงานให้ผู้ใช้งานสามารถสร้าง Magento ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยฟังก์ชัน Marketplace cloud พร้อมกับสภาพแวดล้อมในการรองรับปริมาณข้อมูล รวมถึงคุณสมบัติที่รองรับการใช้งานที่มีประสิทธิภาพบน Cloud Server ที่ช่วยลดความซับซ้อนของระบบ IT และมีการอัปเดตทั้ง Hardware และ ซอฟต์แวร์ อยู่เสมอ ทำให้ระบบเครือข่ายและข้อมูลของUserทั้งหมดถูกจัดเก็บอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ระบบของผู้ใช้ที่สร้างขึ้นบน Cloud Computing ไม่มีวันหมดอายุ จนกว่าจะไม่มีการใช้งาน ซึ่งมีความยั่งยืนที่มากกว่าระบบแบบ On-Prem  

  

  1. แพ็คเกจที่เหมาะสมสำหรับSMEs จนถึงระดับ Enterprise  

  

NIPA.Cloud มีฟีเจอร์และทรัพยากรที่ธุรกิจสามารถปรับขนาดได้อย่างยืนหยุ่น ที่สามารถSetทรัพยากรเองได้ โดยคิดค่าบริการแบบ ใช้เท่าที่จ่าย ทำให้เมื่อเปรียบเทียบกับการทำงานแบบ On-prem มีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า นอกจากนี้ยังรองรับการ Migrate-to-Cloud หรือการย้ายระบบมายัง Cloud Server อีกด้วย  

  

ทำให้ผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยน Instance Cloud ได้ตามต้องการและมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ตอบสนองการทำงานที่รวดเร็ว มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความเสถียรต่อการทำงานบน Cloud Server  

  

  1. การปรับใช้และกำหนดค่าWorkflow ได้อย่างต่อเนื่อง  

  

การทำงานบน Cloud Computing ที่มีสภาพแวดล้อมที่ตอบโจทย์ของธุรกิจทุกระดับ ตั้งแต่ Instance Cloud, Network และ Storage ที่สามารถปรับใช้ได้และมีการใช้งานที่ง่าย สะดวก ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยน คืนค่า และกำหนดค่าได้อย่างอิสระ สามารถควบคุมการพัฒนา Magento ได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด  

3.1 เพิ่ม-ลดทรัพยากรได้ทุกเมื่อ  

3.2 สามารถเลือกใช้ทรัพยากรได้หลากหลายตามความต้องการ เช่น หน่วยการประมวลผล (Processing Unit), เครือข่ายข้อมูล (Network), ระบบเก็บข้อมูล (Storage) หรือระบบปฏิบัติการ (OS) เป็นต้น  

3.3 เข้าถึงง่าย เชื่อมต่อได้ทุกที่ทุกเวลาเพียงแค่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้  

  

  1. เพิ่มความปลอดภัยด้วยCloud Firewall บน Magento  

  

Magento บน Cloud มีระบบรักษาความปลอดภัย ด้วยความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพของ Cloud ทำให้ระบบมีความปลอดภัย ด้วยมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล รวมถึงบริการการดูแลอื่นๆ เช่น มีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงมี Data Center ที่ได้รับการรับรองและมีมาตรฐาน ISO/IEC เป็นต้น  

  

NIPA.Cloud มีระบบความปลอดภัยบน Cloud ที่หลากหลาย ตั้งแต่ Cloud Firewall ในการจัดการอนุญาตการใช้งาน port บน Instance Cloud รวมถึงรองรับการทำงานแบบ หลาย โครงการ เพื่อสะดวกต่องานที่เป็นลักษณะ project ย่อยๆ เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งาน รวมถึงมีฟังก์ชันความปลอดภัยอื่นๆ เช่น Keypair, External IP และ VPC Network เป็นต้น  

22
ก.ค.

ระบบ Cloud Hosting เกิดขึ้นจากการใช้เครื่องเซิฟเวอร์หลายตัวเชื่อมต่อกัน

ปัจจุบันระบบ Cloud Hosting เป็นเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญบนโลกอินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์มาก ๆ ตัวนึง ไม่ว่าเจ้าของเว็บไซต์ทั่วไปหรือองค์กรขนาดใหญ่ต่างก็เลือกใช้บริการ Cloud Hosting กันทั้งนั้น แต่ก่อนจะพูดไปถึงเรื่อง Cloud Hosting เราควรรูจักและทำความเข้าใจกับระบบ Web Hosting กันก่อน

Web Hosting หรือ Hosting คือบริการให้เช่าพื้นที่สำหรับวางระบบเว็บไซต์, ฐานข้อมูล, เมลเซิฟเวอร์ หรือเพื่อประโยชน์ในด้านอื่น ๆ พูดให้เข้าใจง่ายก็คือการให้บริการเช่าเซิฟเวอร์นั่นเอง ซึ่งการ Hosting ทั่วไปจะใช้เครื่องเซิฟเวอร์ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการ อาทิเช่น Window หรือ Linux ในการประมวลผลและเก็บข้อมูลเว็บไซต์ของลูกค้า ซึ่งบางผู้ให้บริการอาจจะประหยัดต้นทุนด้วยการใช้ 1 เครื่องต่อเว็บไซต์จำนวนมาก ซึ่งอาจเป็นเหตุให้เซิฟเวอร์ทำงานหนักเกินไป และมีโอกาสดาวน์สูงด้วย เมื่อเกิดปัญหาขึ้นกับเครื่องเซิฟเวอร์ เว็บไซต์ที่ขึ้นอยู่กับเซิฟเวอร์นั้น ๆ ก็จะใช้งานไม่ได้ชั่วคราวหรืออาจสูญเสียข้อมูลเว็บไซต์ไปถาวรเลยก็ได้ (ในกรณีที่ไม่ได้ทำการ Backup ไว้) ขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของปัญหา

แต่กับ Cloud Hosting ซึ่งเป็นลักษณะของการให้เช่าพื้นที่เซิฟเวอร์แบบใหม่นั้นแตกต่างกัน เพราะระบบ Cloud Hosting เกิดขึ้นจากการใช้เครื่องเซิฟเวอร์หลายตัวเชื่อมต่อกัน โดยมีลักษณะคล้ายกับการรวมตัวของเมฆฝน (เป็นที่มาของชื่อ Cloud นั่นเอง) ซึ่งในระบบ Cloud Hosting นั้น เครื่องเซิฟเวอร์จะทำหน้าที่ประมวลผลเพียงอย่างเดียว ส่วนข้อมูลเว็บไซต์จะถูกเก็บลงใน Storage Server แยกกันกับเครื่องที่ใช้ทำหน้าที่ประมวลผล การใช้เซิฟเวอร์หลายเครื่องทำงานร่วมกันนอกจากจะทำให้มีความเร็วในการประมวลผลมากกว่าการ Hosting แบบปกติแล้ว ยังมีข้อดีตรงที่หากเกิดปัญหากับเซิฟเวอร์ตัวใดตัวหนึ่ง เครื่องที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกันก็จะสามารถทำงานแทนได้ทันทีไม่มีสะดุด ไม่ว่าเซิฟเวอร์ที่ประมวลผลจะดาวน์หรือเสียหายเกินแก้ ข้อมูลเว็บไซต์ของลูกค้าก็ยังคงปลอดภัยดีอยู่บน Storage Server จึงรับรองได้ว่าเว็บไซต์ของลูกค้าจะทำงานได้ต่อเนื่อง ไม่เสียผลประโยชน์จากการเสียหายของเซิฟเวอร์แน่นอน