6
มี.ค.

Cloud Servers?

ทุกวันนี้เราจะเห็นได้ว่า เทคโนโลยีของ Cloud หรือ Cloud Computing ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น ในอนาคตจะมีการเอา Cloud Computing ไปประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆ จึงทำให้หน่วยงานหลายๆหน่วยงาน เริ่มให้ความสนใจกับระบบ Cloud มากขึ้น

คลาวด์ หรือ Cloud Computing คือการทำงานของ Server ขนาดใหญ่ ที่ทำงานด้วย Sever หลายๆ เครื่อง โดยแบ่งชั้นการประมวลผลออกจากชั้นเก็บข้อมูล เป็นการร่วมกันทำงานของ Server หลายๆ เครื่อง มีผลดีคือเมื่อ Server ใด Sever หนึ่งเกิดความเสียหายขึ้นก็จะไม่ส่งผลกับการใช้งานของผู้ใช้บริการ เพราะระบบจะทำการย้ายไปทำงานในเครื่องใหม่โดยอัตโนมัติ ซึ่งก็แสดงถึงความปลอดภัยของข้อมูลของผู้ใช้บริการนั่นเอง

 

ข้อดีของบริการ Cloud Server มีดังนี้

ความยืดหยุ่น : สามารถดึงทรัพยากรเพิ่มเติมมาใช้ได้เมื่อต้องการ

คุ้มค่าใช้จ่าย : คิดค่าบริการเมื่อมีการใช้งาน ผู้ใช้บริการจ่ายค่าบริการตามจำนวนค่าใช้งานจริงในแต่ละช่วงเวลาเท่านั้น

ติดตั้งง่าย : Cloud Server ไม่มีการตั้งค่าเริ่มต้นที่วุ่นวายมากนัก

เชื่อถือได้ : เพราะมี Server สำหรับให้บริการอยู่หลายตัว ถ้าตัวไหนเกิดมีปัญหาขึ้นมา แหล่งทรัพยากรก็จะย้ายไป Server อื่นทันทีโดยไม่กระทบต่อการใช้งานของผู้ใช้บริการ

ซึ่งในปัจจุบัน Cloud ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในการใช้งาน Web Hosting มากขึ้น อาจเป็นเพราะ Cloud สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในด้านการลงทุนซื้อ Server ได้ สามารถเลือกจ่ายค่าบริการเท่าที่ทางองค์กรเลือกใช้ และยังมีบริการให้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ตัวอย่างเช่น Web Site , VM หรือ VPS , Mobile Service , Storage , Etc.

 

3
ต.ค.

เพิ่มประสิทธิภาพให้องค์กรก้าวไกล ด้วย Private Cloud

อย่างที่หลายคนรู้ หรือได้ยินผ่านหูมาบ้างเกี่ยวกับ ระบบ Cloud Computing ว่าคือระบบที่ช่วยพวกเราจัดเก็บข้อมูลได้เป็นระเบียบ พร้อมทั้งมีความปลอดภัยสูง โดยผ่านผู้ให้บริการเกี่ยวกับ Cloud ที่เชื่อถือได้ แถมยังมีความเชี่ยวชาญ และระบบ Cloud เองยังมีหลายประเภทแยกย่อยออกไป ซึ่งเราจะหยิบยกมาคุยกันคือ Private Cloud ซึ่งคือหนึ่งในระบบ Cloud ที่เริ่มนิยมใช้กันมากขึ้น

Private Cloud คือ ระบบที่ทำงานอยู่บนระบบ Cloud และได้รับการบริหารจัดการโดยบริษัท เพื่อการใช้งานเพียงแค่ในองค์กรเท่านั้น ซึ่งผู้ให้บริการ และผู้ใช้บริการจะสามารถควบคุมและปรับปรุงในเรื่องของระบบความปลอดภัยได้ด้วยตนเอง ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของระบบ Cloud เลยก็ว่าได้

หากจะพูดถึงข้อดีของ Private Cloud ก็มีหลายอย่างด้วยกัน อาทิ การมีความปลอดภัยสูง เนื่องจากเป็นการจัดเก็บระบบข้อมูลที่เป็นความลับขององค์กร ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลไม่เกิดการรั่วไหล รวมไปถึงเรายังสามารถควบคุมระบบได้ง่าย ทั้งยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ในขอบเขตที่ต้องการได้อีกด้วย

โดยในปัจจุบันมีหน่วยงานทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ที่ให้ความสนใจใช้บริการ Private Cloud นี้ เพราะสะดวกกับการจัดการข้อมูลจำนวนมหาศาลให้เป็นระเบียบมากขึ้น โดยที่สามารถโฟกัสกับงานหลักได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องข้อมูล ซึ่งจะส่งผลให้การทำงานภายในองค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนั้น Private Cloud ยังสามารถทำงานร่วมกับ Hybrid Cloud ที่ถือว่าเป็นระบบที่ผสมผสานระหว่าง Private Cloud และ Public Cloud เข้าด้วยกัน ทำให้เราสามารถทำงานเชื่อมต่อกันได้ทั้ง Private Cloud และ Public Cloud ซึ่งสามารถสลับไปมาตามความต้องการได้

เทคโนโลยีก้าวไกลขึ้นขนาดนี้แล้ว หากไม่อยากตกเป็นกลุ่มที่ล้าหลัง ก็ต้องหาตัวช่วยโดยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีให้ได้มากที่สุด เพื่อความก้าวหน้าขององค์กร และประสิทธิภาพที่ดีขึ้นของบริษัท ซึ่ง Private Cloud ก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่ดีเช่นกัน

 

7
ก.ย.

Open Stack Administrator

เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อใครหลายๆ คนในโลกปัจจุบันนี้ ถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์ ไม่ว่าจะทำงาน กิน หรือเรียน ทุกอย่างดูทันสมัยเมื่อโลกออนไลน์เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และมีอิทธิพลต่อผู้ใช้งานจำนวนมาก ที่มาแรงในปี 2017 นี้ ที่เราเรียกว่า Open Stack หรือซอฟแวร์ที่ได้เข้ามาสู่องค์กรหรือบริษัทมากขึ้นเข้ามาพัฒนาและทำองค์กรเป็นระบบ  ที่ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กร และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ ซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการทรัพยากรให้มีประสิทธิในการทำงานมากขึ้น

ในส่วนของ Open Stack Administrator หรือเรียกง่ายๆก็คือ ผู้ดูแลระบบ Open Stack นั่นเอง ได้มีการเปิดคอร์สสอนจำนวนมาก เพราะ Open Stack Administrator มีส่วนสำคัญอย่างมากทั้งการสร้าง ดูแล และใช้งานระบบ Open Stack ให้สามารถใช้งานได้ในองค์กรมากขึ้น ในความเป็นจริง Open Stack มีความหลากหลายสามารถนำไปใช้ได้หลายกรณี ถึงแม้จะเป็นเทคโนโลยีใหม่ แต่อีกไม่นานจะเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยแน่นอนค่ะ

โดยเฉพาะในทางงธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี และธุรกิจที่เป็นองค์กรใหญ่และมีสาขาจำนวนมาก ดังนั้นแต่ละองค์กรถึงเร่งพัฒนา Open Stack Administrator ให้มีประสิทธิภาพ และสามารถแก้ไขปัญหา เรียนรู้ระบบได้อย่างรวดเร็ว ถ้าคุณคิดที่จะก้าวรับสิ่งๆใหม่ ลองผิดลองถูก คุณก็จะเป็นคนที่เป็นคนรอบรู้เท่าทันเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างแน่นอน

ลองไปลงเรียนรู้การใช้งานของ Open Stack แล้วคุณจะสามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย  ก้าวเข้าสู่ตลาดองค์กรอย่างเป็นระบบด้วย Open Stack จึงเปรียบเสมือนระบบ Cloud Computing ที่มีฟังก์ชั่นมากมายให้ได้ใช้งาน และเพิ่มความสะดวกสบายแก่องค์กร ที่สำคัญคือค่าใช้จ่ายในระยะยาวที่ถูกกว่าค่ายอื่นๆ ทำให้ OpenStack เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

22
ก.ค.

ระบบ Cloud Hosting เกิดขึ้นจากการใช้เครื่องเซิฟเวอร์หลายตัวเชื่อมต่อกัน

ปัจจุบันระบบ Cloud Hosting เป็นเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญบนโลกอินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์มาก ๆ ตัวนึง ไม่ว่าเจ้าของเว็บไซต์ทั่วไปหรือองค์กรขนาดใหญ่ต่างก็เลือกใช้บริการ Cloud Hosting กันทั้งนั้น แต่ก่อนจะพูดไปถึงเรื่อง Cloud Hosting เราควรรูจักและทำความเข้าใจกับระบบ Web Hosting กันก่อน

Web Hosting หรือ Hosting คือบริการให้เช่าพื้นที่สำหรับวางระบบเว็บไซต์, ฐานข้อมูล, เมลเซิฟเวอร์ หรือเพื่อประโยชน์ในด้านอื่น ๆ พูดให้เข้าใจง่ายก็คือการให้บริการเช่าเซิฟเวอร์นั่นเอง ซึ่งการ Hosting ทั่วไปจะใช้เครื่องเซิฟเวอร์ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการ อาทิเช่น Window หรือ Linux ในการประมวลผลและเก็บข้อมูลเว็บไซต์ของลูกค้า ซึ่งบางผู้ให้บริการอาจจะประหยัดต้นทุนด้วยการใช้ 1 เครื่องต่อเว็บไซต์จำนวนมาก ซึ่งอาจเป็นเหตุให้เซิฟเวอร์ทำงานหนักเกินไป และมีโอกาสดาวน์สูงด้วย เมื่อเกิดปัญหาขึ้นกับเครื่องเซิฟเวอร์ เว็บไซต์ที่ขึ้นอยู่กับเซิฟเวอร์นั้น ๆ ก็จะใช้งานไม่ได้ชั่วคราวหรืออาจสูญเสียข้อมูลเว็บไซต์ไปถาวรเลยก็ได้ (ในกรณีที่ไม่ได้ทำการ Backup ไว้) ขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของปัญหา

แต่กับ Cloud Hosting ซึ่งเป็นลักษณะของการให้เช่าพื้นที่เซิฟเวอร์แบบใหม่นั้นแตกต่างกัน เพราะระบบ Cloud Hosting เกิดขึ้นจากการใช้เครื่องเซิฟเวอร์หลายตัวเชื่อมต่อกัน โดยมีลักษณะคล้ายกับการรวมตัวของเมฆฝน (เป็นที่มาของชื่อ Cloud นั่นเอง) ซึ่งในระบบ Cloud Hosting นั้น เครื่องเซิฟเวอร์จะทำหน้าที่ประมวลผลเพียงอย่างเดียว ส่วนข้อมูลเว็บไซต์จะถูกเก็บลงใน Storage Server แยกกันกับเครื่องที่ใช้ทำหน้าที่ประมวลผล การใช้เซิฟเวอร์หลายเครื่องทำงานร่วมกันนอกจากจะทำให้มีความเร็วในการประมวลผลมากกว่าการ Hosting แบบปกติแล้ว ยังมีข้อดีตรงที่หากเกิดปัญหากับเซิฟเวอร์ตัวใดตัวหนึ่ง เครื่องที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกันก็จะสามารถทำงานแทนได้ทันทีไม่มีสะดุด ไม่ว่าเซิฟเวอร์ที่ประมวลผลจะดาวน์หรือเสียหายเกินแก้ ข้อมูลเว็บไซต์ของลูกค้าก็ยังคงปลอดภัยดีอยู่บน Storage Server จึงรับรองได้ว่าเว็บไซต์ของลูกค้าจะทำงานได้ต่อเนื่อง ไม่เสียผลประโยชน์จากการเสียหายของเซิฟเวอร์แน่นอน