11
ส.ค.

ทำความรู้จักการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นกัน

การแข่งขันมวยสากล

กีฬามวยเป็นกีฬาที่เป็นที่รู้จักมานานในประเทศไทยเริ่มครั้งแรกตั้งแต่สมัยอยุธยา ส่วนการแข่งขันมวยนั้นมีหลายชนิดทั้งมวยไทย และมวยสากล กติกาในแต่ชนิดก็มีข้อมูลที่แตกต่างกันไป ในบทความนี้จะพูดถึงรายละเอียดกติกาของมวยสากลสมัครเล่น รุ่นในการชกในการแข่งขันมวย แบ่งเป็น 2 ประเภท คือรุ่นไลต์ฟลายเวต น้ำหนัก 47 กิโลกรัม รุ่นซูเปอร์เฮฟวี่เวต น้ำหนัก 91 กิโลกรัมขึ้นไป แต่ถ้าในเอเชียจะมีทั้งหมด 3 ประเภท คือเพิ่มรุ่นพินเวต น้ำหนัก 45 กิโลกรัม โดยทั้งหมดนี้ผู้เข้าแข่งขันมวยจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 17 ปี แลอายุต้องไม่เกิน 32 ปี การชั่งน้ำหนักเพื่อวัดรุ่นในการแข่งขันมวยนั้นจะต้องชั่งภายในเวลา 9.00 – 12.00 น. ถ้าน้ำหนักเกินมีสิทธิ์ไปวิ่งลดน้ำหนักแล้วกลับมาชั่งได้อีกภายในเวลาที่กำหนด การแข่งขันมวยสมัครเล่นนี้จะเริ่มหลังจาก 3 ชั่วโมงหลงจากกำหนดเวลาชั่งน้ำหนัก การแข่งขันอาจแบ่งเป็น 3 ยกหรือ 5 ยก ยกหนึ่งใช้เวลา 3 นาที และพักยกใช้เวลา 1 นาที

ในการแข่งขันมวยสมัครเล่นมีกรรมการ 5 คน โดยกรรมาการจะมีหน้าที่ตัดสินเกมการแข่งขันว่าชนะมี 2 แบบ คือ ชนะโดยน็อกเอาต์ และชนะเทคนิเกิลน็อกเอาต์ ซึ่งการแข่งขันมวยชนะแบบน็อกเอาต์คือ เมื่อทำให้คู่ต่อสู้ล้มลงกับพื้นเวที   หรือยืนพับหมดสติอยู่กับเชือก ไม่สามารถที่จะชกหรือป้องกันตัวต่อไปได้อีกภายใน 10 วินาที คือกรรมการได้นับ 1   ถึง 10 แล้ว   กรณีที่นักมวยผู้ล้มสามารถลุกขึ้นได้ก่อนที่กรรมการจะนับ 10 และพร้อมที่จะชกต่อไปได้ กรรมการจะนับต่อไปจนถึง 8 เสียก่อนจึงให้ชกต่อ และการแข่งขันมวยที่ชนะแบบเทคนิเกิลน็อกเอาต์ คือ ทำให้คู่ต่อสู้ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างมาก และกรรมการผู้ชี้ขาดเห็นว่าไม่มีทางจะเอาชนะได้   หรือนักมวยคนใดไม่สามารถจะชกต่อไปได้อีกภายหลังที่ได้หยุดพักระหว่างยกแล้ว หรือถ้านักมวยได้รับบาดเจ็บมีแผลฉกรรจ์   ผู้ชี้ขาดเห็นว่าถ้าชกต่อไปจะเป็นอันตรายร้ายแรง

การให้คะแนน ในแต่ละยกจะมีคะแนนทั้งหมด 10 คะแนน เมื่อหมดยกกรรมการจะให้คะแนนแก่นักมวยที่ชกดีกว่า 10 คะแนน และให้คะแนนผู้เสียเปรียบลดน้อยไปตามลำดับความเสียเปรียบ ถ้าชกได้สูสีกันให้คนละ 10 คะแนน นักมวยคนใดที่ทำฟาวล์ กรรมการจะหักคะแนนผู้นั้น 1 คะแนน   ผู้ชนะที่ชกได้จะแจ้งทั้งยก และชกคู่ต่อสู้ล้ม 1 ครั้ง ถึงนับหรือชกข้างเดียว ได้รับ 10 คะแนน ผู้แพ้ได้ 8 คะแนน ผู้ชนะที่ชกข้างเดียวทั้งยกและยังชกคู่ต่อสู้ล้มถึงนับมากกว่า 1 ครั้งขึ้นไป จะได้รับ 10 คะแนน ผู้แพ้ได้ 7 คะแนน

ก่อนเริ่มการแข่งขันชกมวย นักมวยจะต้องจับมือกันเพื่อแสดงว่าเขาทั้งสองจะชกกันอย่างนักกีฬา และห้ามจับมือกันในระหว่างชกและนี่ก็เป็นข้อมูลดีๆเกี่ยวกับการแข่งขันชกมวยที่ทางเรานำมาฝากกัน

8
ส.ค.

4 ข้อที่ต้องพิจารณาในการเลือกแว่นตาให้เหมาะ

สาเหตุที่ควรเราสวมแว่นตา มีอยู่ 2 สาเหตุหลักๆ คือสวมเพื่อถนอมสายตาจากแสงแดด แสงจากจอคอมพิวเตอร์ แสงจากคอมพิวเตอร์ ที่ล้วนแล้วแต่ทำลายสายตา รวมทั้งสวมแว่นตาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็น อย่างแว่นสายตาสั้น แว่นสายตายาว แต่แว่นตาก็มีหลายรูปแบบ หลายทรงที่ทำออกมาให้ดูทันสมัย หรือดูวินเทจ เพื่อให้เราได้เลือกสวมใส่ แล้วแว่นตาแบบไหนที่จะเหมาะสมกับใบหน้าของเรา หากตอนนี้ผู้อ่านคนไหนกำลังคิดจะหาซื้อแว่นตามาใส่ วันนี้เรา 4 ข้อมาให้พิจารณากันดู

การเลือกแว่นตา

  1. เส้นขอบคิ้ว : อวัยวะบริเวณรอบดวงตาเป็นตัววัดที่สำคัญต่อการการเลือกแว่นตา สำหรับผู้ที่มีคิ้วตรง แว่นที่เลือกใส่ควรมีความขนานกับคิ้ว ในขณะที่คนคิ้วหนาควรใส่แว่นที่มีขอบบางเพื่อทำให้ช่องว่างระหว่างคิ้วกับแว่นมีความสมมาตร แต่ต้องระวังไม่ให้กรอบแว่นต่ำกว่าคิ้วจนเกินไป
  2. รูปจมูก : สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีดั้ง ไม่ควรเลือกแว่นที่ตัวแป้นติดกับแว่นตา ควรเลือกแว่นที่มีแป้นเหล็กยื่นออกมา เพราะจะทำให้ใบหน้าดูมีสันมากขึ้น ส่วนคนที่มีดั้งอยู่แล้วสามารถเลือกใช้ได้ทุกแบบ ในขณะที่คนจมูกใหญ่ ควรใช้กรอบที่มีขนาดใหญ่เพื่อให้สมดุลกับจมูก หลีกเลี่ยงกรอบเล็กที่จะทำให้จมูกของคุณดูเด่นออกมา ส่วนคนจมูกยาว ให้เลือกกรอบที่ก้านแว่นสูงและมีสะพานแว่น 2 ชั้น เพื่อดึงความสนใจไปอยู่ที่บริเวณขมับ ท้ายสุดคนจมูกเล็ก สะพานแว่นสูงและสีอ่อนจะทำให้จมูกดูยาวขึ้น
  3. สีของกรอบแว่น : การเลือกแว่นตาที่เป็นกรอบแว่นโทนเย็น อาทิ สีงิน สีฟ้า สีเทา และสีสดใสที่แฝงด้วยสีฟ้า จะช่วยดึงดูดความสนใจได้มากกว่าสีจัดๆ อย่างสีแดง แต่หากใครต้องการให้ใบหน้าดูเด็กลงหรือเป็นผู้ใหญ่ขึ้น การเลือกสีดำสามารถ Keep look ได้
  4. โครงหน้า : เป็นส่วนสำคัญที่ควรพิจารณามากที่สุดในการเลือกแว่นตา ซึ่งโครงหน้าของมนุษย์เราสามารถจำแนกออกได้เป็น 6 รูปแบบใหญ่ๆ คือ โครงหน้ารูปหัวใจ โครงหน้ารูปเพชร โครงหน้ารูปไข่ โครงหน้าสี่เหลี่ยม โครงหน้ากลม โครงหน้ายาว

4.1 โครงหน้ารูปหัวใจ (Heart shaped face) กลุ่มนี้เป็นผู้ที่มีหน้าผากกว้าง ปลายคางรูปสามเหลี่ยม การเลือกแว่นตาที่เหมาะ คือ แว่นที่ต้องช่วยบดบังความกว้างของหน้าผากได้ เช่น แว่นที่กรอบด้านล่างกว้างกว่าด้านบน อย่างแว่นทรง Cat Eye,  Aviator, Rimless และ Wayfarer

4.2 โครงหน้ารูปเพชร (Diamond shaped face) โครงหน้าที่โหนกแก้มจะชัดกว่ารูปหน้าอื่น และมีช่วงหน้าผากที่กว้างและปลายคางแหลมมน ผู้ที่มีใบหน้าอยู่ในกลุ่มนี้เหมาะกับแว่น Aviator หรือ Round เพราะช่วยรับโหนกแก้มได้ หลีกเลี่ยงแว่นที่ทำให้ช่วงคางแคบลง

4.3 โครงหน้ารูปไข่ (Oval shaped face) แม้ใบหน้านี้จะสามารถใส่แว่นทรงอะไรก็ได้ แต่เรามีข้อแนะนำให้ว่าการเลือกแว่นตา ควรเลือกกรอบแว่นที่จะช่วยส่งเสริมใบหน้าคุณให้โดดเด่นด้วยสัดส่วนระหว่างแว่นตากับใบหน้าที่ลงตัว เช่น คนที่มีขนาดใบหน้าเล็ก ไม่ควรเลือกทรง Oversize คนจมูกโตควรเลือกกรอบแว่นที่มีแกนแว่นที่หนากว่าปกติหรือมี 2 เส้น

4.4 โครงหน้าสี่เหลี่ยม (Square shaped face) คือผู้ที่มีสันกรามเด่น อย่างแรกที่ต้องทำคือหลีกเลี่ยงแว่นทรงสี่เหลี่ยม หากคนรอบข้าง หรือ พนักขายที่ไหนสนับสนุนให้ใส่หรือซื้อก็รีบปฎิเสธไป หันมาสนใจแว่นทรง Aviator หรือแว่นที่มี Curve ที่จะช่วยให้ใบหน้าคุณกลมมนมากขึ้น

4.5 โครงหน้ากลม (Round shaped face) แม้เทรนด์ช่วงนี้ผู้หญิงหลายคนจะหันมาฮิตใส่แว่นทรงกลมให้ดูฮิปสเตอร์ (Hipster) หรือ แว่นวินเทจกัน แต่ผู้หญิงหน้าทรงกลมต้องระวัง การเลือกแว่นตาของสาวกลุ่มนี้ควรเน้นไปที่แว่นที่มีมุมอย่างแว่นทรงสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม หรือปลายเฉียง ดีกว่า

4.6 โครงหน้ายาว (Long shape face) อาจคล้ายใบหน้ารูปไข่ แต่มีส่วนบริเวณหน้าผากหรือปลายคางที่ยาวกว่าทำให้รูปหน้าของคุณดูยาว ดังนั้นเพื่อลดความยาวเหล่านั้น แว่นที่ควรเลือกมาใส่ คือ แว่นที่มีส่วนกว้างออกไปทางขมับ อย่างแว่นทรงเรขาคณิต ทรงสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม หรือ แว่นทรง Oversized, Butterfly, Round

ขอบคุณรูปภาพจาก : https://www.facebook.com/giftgreats/

4
ส.ค.

เตรียมตัวให้พร้อม! ฟุตบอลฤดูกาล 2017-2018 กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

ฟุตบอลฤดูกาล 2017-2018

ฟุตบอลเป็นกีฬายอดนิยมชนิดหนึ่งที่หลายๆคนให้ความสนใจ หลังจากที่โปรแกรมแข่งขันฟุตบอลหลายๆโปรแกรม อาทิเช่น พรีเมียร์ลีก บุนเดสลีกา และลาลีกา ในฤดูกาล 2016-2017 ได้จบไปแล้วนั้น หลายๆท่านคงอยากทราบแล้วว่า โปรแกรมการแข่งขันในแต่ละลีกจะเริ่มต้นแข่งขันในฤดูกาล 2017-2018 เมื่อไหร่ วันนี้เรามีข้อมูลโปรแกรมแข่งขันฟุตบอลของแต่ละลีกมาฝากกัน

หลังจากจบฤดูกาลแข่งขันประชันแข้งอย่างพรีเมียร์ลีก ประเทศอังกฤษโปรแกรมแข่งขันฤดูกาล 2016-2017  ไปในวันที่ 21 พฤษภาคม 2017 ที่ผ่านมา เหล่าสาวกแฟนบอลอังกฤษคงกำลังตั้งตารอโปรแกรมแข่งขันฟุตบอลอังกฤษอย่างพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลต่อไปว่าจะเริ่มแข่งขันเมื่อใด ซึ่งโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2017-2018 จะแข่งขันนัดเปิดฤดูกาล ในวันที่ 11 สิงหาคม 2017 โดยคู่แรกที่จะทำการแข่งขันคือ อาร์เซนอล กับ เลสเตอร์ ซิตี้ จะทำการแข่งขันในเวลา 01.45 น. ตามเวลาไทย

ส่วนแฟนบอลเยอรมันอย่างโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกา ก็รออีกไม่นานหลังจากที่โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลเยอรมันฤดูกาล 2016-2017 ที่จบไปแล้วในวันที่ 20 พฤษภาคม 2017 จะมีการแข่งขันนัดเปิดโปรแกรมแข่งขันฤดูกาล 2017-2018 ในวันที่ 18 สิงหาคม 2017 ซึ่งคู่แรกที่จะทำการแข่งขันคือ บาร์เยิร์น มิวนิค พบกับ เลเวอร์คูเซ่น แข่งขันกันเวลา 01.30 น. ตามเวลาไทย

โปรแกรมแข่งขันฟุตบอลลาลีกา สเปนในฤดูกาล 2016-2017 ที่จบไปแล้วนั้นในวันที่ 21 พฤษภาคม 2017 แฟนๆลาลีกาจะรออีกไม่นานเนื่องจากโปรแกรมแข่งขันฟุตบอลลาลีกา ฤดูกาล 2017-2018 กำลังจะมีการแข่งขันนัดแรกที่เรียกว่าต่อคิวบุนเดสลีกามาติดๆ ซึ่งโปรแกรมแข่งขัน ฤดูกาล 2017-2018 จะเริ่มแข่งขันเปิดฤดูกาลในวันที่ 20 สิงหาคม 2017 ซึ่งบิลเบา และ เกตาเฟ่ จะแข่งขันเป็นคู่แรกในฤดูกาล เวลา 22.00 น. ตามเวลาไทย

โปรแกรมแข่งขันฟุตบอลแต่ละลีกกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่นาน ความมันส์กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แล้วมาลุ้นกันว่าใครจะได้ครองแชมป์ในแต่ละโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลฤดูกาล 2017-2018

12
ก.ค.

ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ยุค 4.0 มีบทบาทอย่างไร

การตลาด จำเป็นจะต้องก้าวให้ทันยุคสมัย จึงควรจะต้องค่อยศึกษาว่าในปัจจุบันคนให้ความสนใจกับอะไร สื่อแบบไหนได้รับความนิยมสูงสุด มีลักษณะแบบไหน การตลาดยุคก่อนจะเน้นไปที่ตัวผลิตภัณฑ์ แต่ในยุคถัดมาจะให้ความสำคัญกับลูกค้ามองว่าลูกค้าคือพระเจ้า ยุคก่อนหน้านี้ไม่นานเป็นยุคทางการปฏิวัติทางอินเทอร์เน็ต ซึ้งนักการตลาดเริ่มใช้เครื่องมือที่ทันสมัยเพื่อเอาใจลูกค้า อาทิเช่น การแจ้งสิทธิพิเศษทางอีเมล ปัจจุบันเป็นการตลาดในยุคที่โลกออนไลน์เข้ามามีบทบาทในทุกช่วงเวลาของชีวิต ซึ่งการตลาดในยุคปัจจุบันนี้จะมีวิธีการเชื่อมต่อทั้งโลกออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งในยุคนี้เป็นยุคที่แค่ปรับตัวให้ทันคงไม่พอ แต่ต้องพัฒนาให้ไว การตลาดออนไลน์จึงเป็นวิธีการที่สำคัญในยุคนี้ ยุคที่ภาครัฐผลักดันประเทศให้เข้าสู่การเป็น Digital Thailand หรือที่เรารู้จักกันในชื่อที่ว่า Thailand 4.0 ในการทำธุรกิจแต่ละครั้งเราอาจต้องการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านนั้นๆ ในยุคที่การตลาดออนไลน์เป็นที่นิยม เราจะมาทำความรู้จักกับลักษณะของผู้ที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ และงานของผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ว่ามีลักษณะเป็นแบบใด

ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์

ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ควรเป็นบุคคลที่มีความคิดเชิงวิเคราะห์ รอบคอบ สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ในปัจจุบันได้ ว่าการตลาดแบบใดเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายในยุคปัจจุบัน วางแผนการตลาดอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ต้องเป็นบุคคลที่มีความชำนาญในการใช้ภาษา สามารถถ่ายทอดความคิดที่สามารถโน้มน้าวใจกลุ่มเป้าหมายและถ่ายทอดให้กับผู้ที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องการตลาดออนไลน์ได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์จะต้องมีความสามารถปรับเปลี่ยนและมีความยืดหยุ่นสูงในเรื่องบุคลิกและทัศนะคติ เนื่องจากโลกของการตลาดแบบออนไลน์มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างบ่อยมาก จึงทำให้ผู้ที่มีความยืดหยุ่นเท่านั้นที่จะสามารถอยู่ในวงการนี้ได้ และยังต้องตามทันข่าวสารทางด้านการตลาดอยู่เสมอ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ต้องมีความเข้าใจทางเทคนิคของเครื่องมือต่างๆที่สามารถนำไปใช้ทำการตลาดออนไลน์ รู้ว่าเครื่องมือใดเป็นที่นิยมของกลุ่มเป้าหมาย

ลักษณะงานของผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ คือต้องศึกษาถึงสภาพตลาดโดยรวม ศึกษาข้อมูลสินค้า ศึกษาข้อมูลของคู่แข่งเพื่อวิเคราะห์ความได้เปรียบเสียเปรียบในการทำการตลาด วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายว่ากลุ่มเป้าหมายที่เหมาะกับสินค้ามีพฤติกรรมการซื้อและบริโภคอย่างไร เลือกใช้สื่อออนไลน์เพื่อประชาสัมพันธ์ให้เหมาะสมกับสินค้าที่ต้องการทำการตลาด ต่อมาวางแผน เขียนแผนการตลาด เพื่อโปรโมทสินค้า จุดประสงค์ก็เพื่อต้องการ “เพิ่มการรับรู้” ของกลุ่มเป้าหมายต่อสินค้า ให้คำแนะนำในการจัดทำข้อมูลเพื่อเผยแพร่ลงในเครื่องมือสื่อออนไลน์ เกี่ยวกับโครงสร้าง การออกแบบ และการทำงานที่เหมาะสม ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์จะติดตามสถานการณ์ด้านภาพลักษณ์ของสินค้า และประเมินผลของแผนการตลาด สุดท้ายผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์จะทำการสรุปผลการวางแผนทางการตลาดเพื่อวิเคราะห์และกำหนดกลยุทธ์ในการทำแผนการตลาดในครั้งต่อไป

จะเห็นได้ว่าผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์นั้นเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถในการวางแผนการตลาดออนไลน์ และยังเป็นผู้ที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับแผนทางการตลาดออนไลน์กับผู้ที่ต้องการทำการตลาดอีกด้วย

27
มิ.ย.

ลงทุนแค่ 0 บาทก็สามารถหาเงินได้จากการ โฆษณาให้ google

การทำธุรกิจผ่านเว็บไซต์ ไม่ได้มีแค่เพียงขายของผ่านเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว เพียงแค่มีคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ต ก็สามารถหาเงินได้กับ Google AdSense บริการโฆษณา Google ได้เงินใหม่จากผู้นำด้าน Search Engine ระดับโลกที่เปิดโอกาสให้ Web Master ผู้มีเว็บไซต์เป็นของตัวเองได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างรายได้ผ่านการสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิก

โฆษณา google

ลงทุนแค่ 0 บาทก็สามารถหาเงินได้จากการ โฆษณาให้ google

แล้วGoogle AdSense คืออะไร?

ย้อนกลับไปหากคุณยังจำบริการรับทำโฆษณาให้ติดอันดับบนหน้าแรกของ Google อย่าง Google AdWords ได้ Google AdSense หรือที่คนทั่วไปเรียกว่าทำโฆษณาGoogle ได้เงินนั้นก็เป็นเสมือนน้องชายที่ถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นผู้ช่วยกระจายโฆษณาจาก AdWords ออกไปในวงกว้างซึ่งในที่นี้หมายถึงตามเว็บไซต์บุคคลทั่วไปที่มีความพร้อมสำหรับการทำ AdSense โดยเจ้าของเว็บไซต์ต้องทำการสมัครสมาชิกพร้อมส่งเว็บของตนเองให้ Google ตรวจสอบคุณภาพและยืนยันสิทธิ์เมื่อได้รับการอนุมัติบัญชีแล้วหลังจากนั้น Google จะทำการส่งโค้ด (Code) โฆษณามาให้ไปจัดวางไว้ในเว็บไซต์ตัวเอง

ซึ่งโฆษณาที่เจ้าของเว็บไซต์จะได้รับมาโปรโมทนั้นขึ้นอยู่กับความสอดคล้องในเนื้อหาระหว่างเนื้อหาโฆษณากับเนื้อหาเดิมในเว็บไซต์เช่น หากเว็บไซต์เป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับความสวยความงาม โฆษณาที่ได้รับส่งมาจาก Google อาจเป็นโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับเครื่องสำอางเพื่อผิวหน้าหรือโฆษณาเพื่อผิวกาย โดยอาจเป็นได้ทั้งโฆษณาเชิงข้อความ และโฆษณาเชิงรูปภาพ

ส่วนผลตอบแทนหรือรายรับหรือค่าจ้างที่เจ้าของเว็บไซต์จะได้รับจากการเป็นสมาชิกร่วมกับGoogle AdSense นั้น สามารถแบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ 1.เมื่อมีการคลิก ( Pay Per Click ) เมื่อมีผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ได้คลิกที่โฆษณาของ Google เจ้าของเว็บไซต์จะได้รับผลตอบแทนทันทีโดยแต่ละโฆษณาที่ถูกคลิกจะได้รับผลตอบแทนไม่เท่ากัน มากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับผู้ที่ลงโฆษณากับ Google AdWords ว่าลงโฆษณาไว้ในราคาที่สูงหรือต่ำถ้าหากลงโฆษณาในราคาสูงไว้ ผลตอบแทนจากคลิกโฆษณานั้นก็สูงตามไปด้วย (cr.siamtipplus) 2. เมื่อแสดงโฆษณา ( Pay Per Impression) กรณีนี้ Google จะจ่ายให้เจ้าของเว็บไซต์เมื่อเกิดการแสดงโฆษณาครบ1,000 ครั้ง โดยที่จำนวนการคลิกที่โฆษณาจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

นโยบายการเข้าร่วมเป็นสมาชิกกับ Google AdSense

Google เป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดในการทำงานดังนั้นการเป็นสมาชิกร่วมกับ Google AdSense เจ้าของเว็บไซต์ต้องยื่นหลักฐานระบุการมีอยู่ของตัวตนและเว็บไซต์ให้ทาง Google ตรวจสอบก่อนว่า เจ้าของเว็บไซต์และตัวเว็บไซต์มีคุณภาพพร้อมที่จะได้เป็นตัวแทนประกาศโฆษณาของ Google จริงโดยเว็บไซต์ที่ไม่จะได้รับการอนุมัติการเป็นสมาชิก และโดนแบนทันทีคือเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเข้าข่ายข้อห้ามเบื้องต้นนี้

  • เนื้อหาต้องห้าม คือ เนื้อหาผิดศีลธรรม เนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่เนื้อหาที่มีความรุนแรง หรือการสนับสนุนการเหยียดเชื้อชาติและการส่งเสริมการขายของผิดกฎหมาย
  • เนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์ คือ เนื้อหาที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์เว้นแต่จะได้รับสิทธิ์ทางกฎหมายที่จำเป็นในการแสดงเนื้อหานั้น
  • พฤติกรรมส่งเสริมให้เกิดการคลิก เช่น เสนอว่าจะให้สิ่งตอบแทนเมื่อผู้ใช้ชมโฆษณาหรือทำการค้นหาหรือการสัญญาว่าจะให้เงินแก่บุคคลที่สามสำหรับการกระทำดังกล่าว
  • เจ้าของเว็บไซต์จะต้องไม่วางโค้ด AdSense ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมเช่น ป๊อปอัป อีเมล หรือซอฟต์แวร์ รวมถึงตำแหน่งที่มีการโหลดหน้าเว็บที่มีโฆษณา Google ช่องค้นหาหรือผลการค้นหาในป๊อปอัปหรือป๊อปอันเดอร์
  • กระทำการดัดแปลงรหัส (Code) ที่ได้รับมาจาก Google ให้ต่างจากที่ AdSenseกำหนด
  • การโกงด้วยการคลิกที่โฆษณาตัวเองหลายๆ ครั้ง
  • มี Keyword ที่ซ้ำมากจนเกินไป

ผู้อ่านสามารถศึกษานโยบาย Goggle AdSenseเพิ่มเติมได้ที่ นโยบาย Google AdSense

การทำ Google AdSense อ่านดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายที่ใครๆ ที่มีเว็บไซต์ก็สามารถทำได้ แต่ควรพึงระลึกไว้ว่าการจะได้รับอนุมัติบัญชีมานั้นยากเทียบเท่ากับการรักษาบัญชีไม่ให้โดนแบนดังนั้น เจ้าของเว็บไซต์ควรปฏิบัติตามนโยบายของ Google AdSense อย่างเคร่งครัด เพราะไม่มีใครอยากเสียช่องทางสร้างรายได้แบบง่ายๆ ไปแน่ๆ

 

29
พ.ค.

5 ทริค! ถ้าอยากพลิกโฆษณาสุดแย่ให้ดูปัง ขายดีสุดๆ

1. เนื้อหาข้อความโฆษณาดึงดูดใจ กระตุ้นความสนใจ ทั้งคำโฆษณา,ข้อความในโฆษณา ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คนสนใจโฆษณา ข้อความที่เลือกใช้ควรสั้น กระชับ สื่อความหมายได้ชัดเจน เข้าใจได้เลยในทันที

2. ค้นหาจุดเด่นตัวผลิตภัณฑ์หรือสินค้าของเราให้เจอ เน้นย้ำความพิเศษของตัวผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เกิดความน่าสนใจ อยากซื้อ พร้อมทั้งเกิดความแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ เพื่อความโดดเด่น

3. คำโฆษณาไม่โอเว่อร์ เกินจริง เพราะเมื่อเวลาลูกค้าใช้บริการ หรือซื้อผลิตภัณฑ์แล้ว หากไม่เป็นแบบในโฆษณา จะทำให้ลูกค้าไม่เชื่อถือในตัวสินค้า และไม่กลับมาซื้ออีกเลย รวมไปถึงการรีวิวต่อให้ผู้คนที่เขารู้จักด้วย

4. การใช้ภาษาโฆษณาต้องตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ถือได้ว่าสำคัญมาก การใช้ภาษาในการโฆษณาควรคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายเราจริงๆ ที่เราจะสื่อสารเป็นหลัก เพราะมีคนหลากหลายประเภทในโลกออนไลน์

5. นำเสนอรูปแบบแปลกใหม่ ทันสมัย การโฆษณารูปแบบเดิมอาจทำให้ลูกค้าเบื่อ เพราะไม่มีความน่าสนใจ การนำเสนอรูปแบบแปลกใหม่ในโฆษณา จะทำให้โฆษณาเป็นที่สะดุดตา ช่วยกระตุ้นให้คนสนใจอยากที่จะรู้จักสินค้าเรา

 

 

4
เม.ย.

นวพล นครหลวงโปรโมชั่น แชมป์มวยโลก

นวพล นครหลวงโปรโมชั่น หรือเรียกอีกชื่อว่า นวพล ศ.รุ่งวิสัย ชื่อจริงของ นวพล นครหลวงโปรโมชั่นคือ นวพล ไขกัญหา เกิดเมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2534 ซึ่ง นวพล นครหลางโปรโมชั่น เป็นคนจังหวัดนครราชสีมา เป็นนักมวยสากลอาชีพชาวไทย เป็นน้องชายแท้ ๆ ของสุริยัน ศ.รุ่งวิสัย อดีตแชมป์มวยโลกในโปรแกรมแข่งขันมวยรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท (115 ปอนด์) ของสภามวยโลก (WBC)
นวพล นครหลวงโปรโมชั่น มีสมาชิกในครอบครัวทั้งหมดเป็นนักมวยทั้งสิ้น นวพล นครหลวงโปรโมชั่น ใฝ่ฝันจะเป็นนักมวยตามที่พ่อของตัวเองปราถนาอยากให้ลูกเป็นนักมวย เพราะพ่อของนครหลวงกังวลว่าลูกจะมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ดังนั้นพ่อของนครหลวงโปรโมชั่นได้ฝึกและสั่งสอนว่า “การเป็นนักมวยที่เก่งจะสร้างชื่อเสียงให้เราและครอบครัว เป็นนักเลงคนก็รู้จักเหมือนกัน แต่คนละแบบ ลูกอยากได้แบบไหน”

นวพล นครหลวงโปรโมชั่น ขึ้นชกมวยในโปรแกรมแข่งขันมวยครั้งแรกในแบบมวยไทยเมื่อครั้งเป็นนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 2 เมื่อลงจากเวทีการแข่งขัน นวพล นครหลวงโปรโมชั่นเคยร้องไห้ เนื่องจากจับที่ใส่ขณะชกรัดมากเกินไป ทำให้เกิดความอืดอัด ชกได้ไม่เต็มที่ ได้รับค่าตัวในโปรแกรมแข่งขันมวยครั้งแรก 150 บาท

นวพล นครหลวงโปรโมชั่น ขึ้นชกโปรแกรมแข่งขันมวยสากลอาชีพครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2553 โดยผลการแข่งขันชนะคะแนน 6 ยก พลังพล ชัยยงค์ยิม โดยการแข่งขันที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ตำบลโพธิ์ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมรายการเดียวกับสุริยันพี่ชาย และ นภาพล ศ.รุ่งวิสัย ในโปรแกรมแข่งขันมวยชิงแชมป์สภามวยโลกเอเชีย (WBC Asia) ที่ว่างลง หลังจากนั้น ขึ้นชกพัฒนาฝีมืออีก 4 โปรแกรมการแข่งขัน ชนะรวด ก่อนได้รับโอกาสชิงแชมป์โปรแกรมแข่งขันมวยชิงแชมป์สภามวยโลกเอเชีย (WBC Asia) รุ่นฟลายเวทที่ว่าง เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ผลคือ ชนะคะแนน อัลวี่ อัลฮับซี นักมวยชาวอินโดนิเซีย ที่ ร้านอาหารเดอะไพเรทส์ จังหวัดปทุมธานี และสามารถป้องกันตำแหน่งได้หลายครั้งและมีโปรแกรมแข่งขันมวยชกนอกรอบชนะหลายครั้ง จนได้รับโอกาสขึ้นชิงแชมป์โลกที่ว่างของสภามวยโลก (WBC) รุ่นฟลายเวท กับ ฮวน เฮอร์นันเดซ นาบาเรตเต นักมวยชาวเม็กซิกัน ในวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2560 ณ อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร ในฐานะที่นวพล นครหลวงโปรโมชั่น เป็นรองแชมโลกอันดับ 1 และเฮอร์นันเดซเป็นรองแชมป์โลกอันดับ 2 เพราะจาก โรมัน กอนซาเลซ นักมวยชาวนิการากัวเจ้าของตำแหน่งเดิมได้สละตำแหน่งไปเพื่อขยับไปเป็นแชมป์โลกในรุ่น 115 ปอนด์แทน โดยโปรแกรมแข่งขันมวย ครั้งนี้ทาง นครหลวงโปรโมชั่น ต้นสังกัด ร่วมกับบริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้จัดรูปแบบโปรแกรมแข่งขันมวยให้มีแสงสีเสียง และมีการจำหน่ายบัตรเพื่อเข้าชมเหมือนการชกมวยโลกระดับโลก เพื่อเป็นการยกระดับการจัดมวยสากลอาชีพในประเทศไทย ผลมวยล่าสุดปรากฏว่า นวพลเป็นฝ่ายแพ้ทีเคโอไปเพียงแค่ยกที่ 3 ในช่วงปลายยก หลังจากโดนเฮอร์นันเดซไล่ชกอยู่ฝ่ายเดียวโดยไม่มีการตอบโต้ ซึ่งก่อนหน้านั้นนวพลก็ได้ถูกหมัดของเฮอร์นันเดซลงไปให้กรรมการนับ 8 มาแล้ว ทั้งที่ในยกที่ 2 นวพลใช้หมัดตัดลำตัวชกได้ดี

10
มี.ค.

อีเว้นท์จัดเองได้ แต่ทำไมเลือกบริษัท’รับจัดงานอีเว้นท์’ถึงดีกว่า ?

อีเว้นท์ครั้งหน้าจะให้บริษัทรับจัดงานอีเว้นท์ทำหรือทำเองดีนะ? เราก็ทำเองได้หมด ทำไมต้องให้คนอื่นมารับจัดงานอีเว้นท์แทนด้วย ถ้ายังลังเลสงสัย วันนี้เรามีเหตุผลมาช่วยตัดสินใจว่าทำไมให้บริษัทรับจัดงานอีเว้นท์ ดูแลเราถึงดีกว่าเราดูแลอีเว้นท์เอง

  1. ประหยัดงบกว่าเห็น ๆ – เคยคิดว่าจัดอีเว้นท์เองจะถูกกว่าสินะ? แต่จริง ๆ แล้วการใช้บริการรับจัดงานอีเว้นท์สามารถประหยัดงบให้เราได้มากกว่า เพราะดีลหรือราคาที่บริษัทรับจัดงานอีเว้นท์ได้นั้นเป็นราคาที่ต่ำกว่าเราเข้าไปติดต่อเองโดยตรง
  2. ประสบการณ์ที่แตกต่าง – บริษัทรับจัดงานอีเว้นท์ย่อมเชียวชาญในการรับมือข้อผิดพลาดได้ดีกว่าเรา รวมถึงประสบการณ์การจัดอีเว้นท์มานับครั้งไม่ถ้วนจะทำให้จัดการทุกอย่างแบบมืออาชีพได้มากขึ้น
  3. ประหยัดเวลาให้ชีวิต – หากไม่เคยจัดอีเว้นท์เองมาก่อน คงต้องหัวหมุนในการทำทุกอย่างที่ไม่คุ้นเคย และรับมือกับรายละเอียดมากมายที่ไม่สามารถจัดการได้ในเวลาที่จำกัด บริษัทรับจัดงานอีเว้นท์จะดูแลทุกรายละเอียดให้เราอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลาในชีวิตให้เราได้อีกเยอะเลยล่ะ

บริษัทรับจัดงานอีเว้นท์จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการจัดงานอีเว้นท์ อย่างมีประสิทธิภาพ สบายกระเป๋า ประหยัดเวลา คิดจะจัดอีเว้นท์ครั้งหน้าก็อย่าลืมตามหา บริษัทรับจัดงานอีเว้นท์ ที่มีคุณภาพมาดูแลอีเว้นท์ดี ๆ ของเราล่ะ